แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความทรงจำในขวดแก้ว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความทรงจำในขวดแก้ว แสดงบทความทั้งหมด


๏ อุษาสางรางแสงอุ่นแรงอ่อน
เลื่อมระยับซับซ่อนรุ้งยอนสาย
รังสีแรกแทรกฟ้าพรรณราย
อรุณฉายกรายโฉมประโลมลาน

๏ แผ่วสายลมโลมลูบบุปผชาติ
ปทุมมาศไหวเรียงเคียงผสาน
วิหกว่ายคุ้งฟ้าคคนานต์
เริ่มเพลงกาลรวิวารละลานตา

๏ ตื่นเถอะเจ้าเพราโฉมมยุรฉาย
อุษาร่ายพรายเล่ห์สิเน่หา
พร่างอำพรางจางม่านหม่นมนต์ทิวา
จงลืมตาเถิดพธูดูตะวัน

๏ ผ่านค่ำคืนตื่นใจอาลัยนัก
หวามเงารักลวงเหงาล่วงเงาฝัน
ที่พร่ำพรอดกอดใกล้คือใครกัน
จะไม่ถามย้ำยันให้หวั่นใจ

๏ เพียงตระคองพธูมาสู่เช้า
จะพาเจ้าว่ายทิวาอุษาสมัย
ล่วงดำเนินเพลินล่องท่องครรไล
คเนจรร่อนไปในความจริง

๏ ท่ามทิวาที่เห็นเช่นประจักษ์
เจ้าแสนรักจงมองทอดเถิดยอดหญิง
อาจร้อนแดดแผดจ้าน่าชังชิง
เพียงทุกสิ่งจังจริงใช่สิ่งลวง

๏ ด้วยหัวใจดวงนี้นี่แหละเจ้า
ที่จะเฝ้าเคล้าคลอพนอหวง
พาเจ้าผ่านคืนวันฝันทั้งปวง
จนเลยล่วงลุมรรคาอักขราภิรมย์

๏ สู่โลกกว้างลานรักทุ่งอักษร
เลื่อมลายกลอนรัถยาปัทมามาลย์ประสม
เราโลดเล่นเริงร่ายในสายลม
บนผืนพรมอักษราพัตราภรณ์

๏ จวบสายัณห์เยือนหล้าจนคราพลบ
พระสุรีย์เลื่อนลบเหลี่ยมสิงขร
ม่านเงาคลี่คลุมยอดยุคนธร
ก่อไฟฟอนกล่อมเจ้าเข้านิทรา

๑๐๏ โอ้..ดึกดื่นคืนคล้อยดาวลอยคว้าง
อย่าแรมร้างห่างเหสเน่หา
พร่างอำพันจันทร์สว่างกระจ่างตา
จะครวญกลอนกล่อมกานดานิทรารมย์

๑๑๏ แม้ตาหลับมือกลับกระชับมั่น
ในโลกฝันอย่าหวั่นเลยหวานขม
จะเคียงข้างจวบเช้าคอยเฝ้าชม
ย้ำปรารมภ์ยืนยัน..ใช่ฝันไป ฯ

วิมานดาวเคล้ากลิ่นดิน
ค่ำฝนจาง กลางฤดูใจ


-------------


โดย ธุลีดิน : เรไรร่อนร้อง : ย้ำปรารมภ์ยืนยัน..ใช่ฝันไป
๏ รอนรอนตะวันโอ้........................อัสดง
รอนม่านเมฆาลง........................เลื่อมฟ้า
รอนลับมืดดับดง...........พงพฤกษ์ แดนไพร
รอนรอนราวใจข้า............สิ้นลับ ดับรอน ฯ

๏ รอนรอนตะวันลับ.....................สิ้นแสงดับกับอัสดง
ลบเหลี่ยมเมฆาลง.............พงไพรพฤกษ์ลึกเลื่อมเงา

มองไหนให้มืดมิด..................ทั่วทุกทิศมิดม่านเหงา
สะทกโอ้อกเรา.........................ยามไร้เจ้าเฝ้าเจรจา

เห็นนกวิหกบิน.........................หวนคืนถิ่นบินลัดฟ้า
ถวิลเจ้าจินดา...........................ไม่หวนมาหาเห็นกัน

เย็นลมเคยพรมผ่าน...........พลิ้วแผ่วหวานล่วงวารวัน
ลมนุชหยุดพัดพลัน................อยู่ไหนกันหนอสายลม

ยินแว่วเรไรหรีด..................เจ็บราวมีดกรายกรีดคม
ปร่าปวดรวดร้าวจม..................ระทมทุกข์ทุกวันคืน

หนาวฟ้าหนาวค่ำฟ้า............นานเหน็บล้ากว่ากายฝืน
ระกำสุดกล้ำกลืน...........................กี่ค่ำคืนจะคืนมา

มองดาวพริบพราวส่อง...........พร่างดาวผ่องนองนภา
ดาวเห็นเด่นดารา...........................หาไม่มีธุลีดาว

ดึกเดือนเลือนเมฆเหงา..........ลับม่านเนาเงาค่ำคราว
หวังใจไม่ลืมคร่าว.............ดั่งจันทร์เจ้าเฝ้าเลือนดวง

จะคอยแม้คล้อยค่ำ...........ดึกน้ำค้างพร่างหนาวหน่วง
หนึ่งใจใช่คำลวง.......................กี่เลยล่วงก็จะคอย

@ เรไรร่อนร้อง : จะคอย โดย ธุลีดิน



๏ เพ็ญโสมกระจ่างฟ้า...............จวงจันทร์
ลอยลิ่ววิลาวัณย์.......................แจ่มหล้า
เมฆยังคลอเคียงกัน................เกยอยู่ คู่เคย
อยู่ไหนเล่าขวัญข้า...........ไยร้าง ห่างไกล ฯ


๏ พระพายเคยผ่านแผ้ว................พจนีย์
พัดแผ่วแว่ววลี........................ห่อนเว้น
เย็นสายลมวจี.................เวียนแวะ รจนา
แลกลายอักขระเล่น.......เป็นเพื่อน มาเสมอ ฯ


๏ สงัดเงียบเสียยิ่งแล้ว..............สหายเอย
สายลมเคยรำเพย....................แผ่วพลิ้ว
ยามนี้หยุดพัดเลย...............ราวสิ้น แรงลม
ลืมแล้วเคยเริงริ้ว.......แรมรส อักขระละไม ฯ


๏ เจ็บปวดแลป่วยไข้................ใช่ไหม?
จึงไม่อาจพัดไกล...................กว่ากลั้น
หนักเบาเป็นฉันใด...............ใคร่รู้ จริงแฮ
ห่วงใยกังวลนั้น.............เนิ่นช้า ยิ่งถวิล ฯ


@ ราวไร้พระพายพัด..รำเพย โดย ธุลีดิน