แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนึ่งห้วงใจ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนึ่งห้วงใจ แสดงบทความทั้งหมด


๏ เห็นเธอน้ำตานอง
ฉันนั่งมองด้วยห่วงใย
คนดีจะรู้ไหม
ฉันห่วงใยเธอเสมอ


เรื่องราวในชีวิต
ใครลิขิตให้กับเธอ
ทุกข์เศร้าที่พบเจอ
หวังเพียงเธอเข้มแข็งพอ


วันคืนจะลบล้าง
ความอ้างว้างที่เกิดก่อ
คืนวันจะถักทอ
ให้เกิดก่อสุขสดใส


ด้วยรักทั้งชีวิต
แนบสนิทลงกลางใจ
ปลอบขวัญเจ้าทรามวัย
ด้วยหัวใจห่วงอาทร..


แด่ คนในกระจก



เจ้าเอย..เจ้าดอกไมตรี
เจ้าแย้มบานได้ทุกที่
ดอกไมตรีช่างงามสดใส

เจ้าเอย..เจ้าดอกรัก
ยิ่งเบ่งบานยิ่งตระหนัก
ว่ากลิ่นดอกรักช่างยวนยั่วใจ

เจ้าเอย..เจ้าสายสวาท
ตัดเยื่อตัดใยไม่เคยขาด
โอ้สายสวาทช่างบาดดวงใจ

เจ้าเอย..เจ้าสายลม
ยามเจ้ารำเพยผ่านพรม
วานฝากใจลอยลมไปถึงคนไกล

เจ้าเอย..เจ้าสายฝน
ยามเจ้าร่วงหล่น
ช่วยขับกล่อมใครบางคนด้วยมนต์เพลงฝนได้ไหม?


"มีดวงใจหนึ่งดวงจะมอบให้เธอไว้ครอง
เมื่อยามสองเราต้องจากไกล
พาดวงใจเลื่อนลอยฝากบทเพลงบรรเลงให้ไว้
..เธอโปรดเก็บใจเอา..ไว้เพื่อรอ..

ฝากคำว่าคิดถึง..ให้เธออยู่เสมอ
แม้ไม่ได้เจอฉันก็สุขใจ
หากชีวิตไม่สิ้น ฉันจะกลับเอารักมาให้
เธอโปรดจำไว้วันที่ฉันรอ...

..เธอโปรดเก็บใจ..เอาไว้เพื่อรอ.."*



* เพลง รอวันฉันรักเธอ




ตื่นเช้าขึ้นมาตอนสายๆ
เปิดหน้าต่างออกไป
เห็นดอกไม้บาน
ผีเสื้อโบยบิน
นกน้อยร้องเพลง
สายลมพัดพลิ้ว


รอยยิ้มของฉันเบ่งบานกว่ากลีบดอกไม้
ความสุขของฉันเริงร่ากว่าปีกผีเสื้อ
ทำนองของหัวใจฉันไพเราะเพราะพริ้งกว่าเสียงนกน้อยขับขาน
ความคิดถึงของฉันลอยตามสายลมไปหาใครคนหนึ่ง
คนซึ่งอยู่แสนไกล


แต่ไม่ไกลเกินความคิดถึงเดินทางไปหา

...



ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต



๏ หลายครั้งครู่ใจหวิวไหวสั่น
หลายเรื่องร้อยพันให้หวั่นไหว
รุมเร้าร้อยรัดกระหวัดใจ
งุนงงสงสัยในนิยาม

บางค่ำบางคืนในครู่คิด
ดวงใจดวงจิตเฝ้าคิดถาม
ร้อยพันผ่านพ้นกับโมงยาม
ความเหงา ความงาม ติดตามตน

บางคืนบางค่ำในคำนึง
ความเหงาลึกซึ้งไม่รู้หน
ผ่านมาหาใช่เลยผ่านพ้น
แวะวนทายทักดั่งรักกัน

บางครู่บางยามในวิเวก
ความงามนับอเนกดั่งเสกสรร
รายล้อมรอบกายได้เกี่ยวพัน
เกี่ยวก้อยจูงฝันจับมือไป

บางยามบางครู่ฤดูเปลี่ยว
ปล่อยใจท่องเที่ยวในหวั่นไหว
เลี้ยวลดคดเคี้ยวเปลี่ยวไป
พบพานอันใด ได้อุ่นอิง

จะกี่ครั้งครู่คิดสะกิดถาม
ร้อยพันติดตามในทุกสิ่ง
คำตอบซ่อนไว้ ความเป็นจริง
สงบนิ่งซึมซับรับถ้อยความ.



ขอบคุณแรงบันดาลใจจาก
กวีก้าวฯ : บางการผลิบาน โดยท่านกวิสรา ในก้าวรอก้าว ฉบับที่ ๒๗
และนายช่างประจำตัว


๏ เดือนเด่นดับลับดวงในช่วงดึก
คะนึงนึกอาวรณ์ย้อนถวิล
คะนึงร้องร่ำหาอยู่อาจิณ
ยังเยือนยินยามเหงาแห่งเยาว์วัย

ดาวกะพริบวิบวับกับฟ้ากว้าง
มองดาวพร่างน้ำตานองต้องแก้มใส
หยาดหยดรื้นร่วงหล่นกลิ้งกล่นไป
ขอส่งใจฝากข่าวผ่านดาวราย

ฝากไปถึงความหวังรอฟังข่าว
ฝากไปถึงครู่คราวของเป้าหมาย
ฝากไปถึงเพลงฝันอันพริบพราย
ฝากไปถึงดาวฉายของวัยเยาว์

ฝากไปถึงห้วงรันทดคราหมดหวัง
ฝากไปถึงรอยพลั้งครั้งโง่เขลา
ฝากไปในสายลมพัดแผ่วเบา
บอกว่าฉันแสนเหงาอยู่เดียวดาย

ในรายล้อมของมนุษย์รุดสมัย
กอบเก็บซากดวงใจแหลกสลาย
เติมต่อฝัน ฝันต่อไฟไม่เว้นวาย
แหละยังคงเวียนว่ายชะตากรรม

ชะตาฟ้าลิขิต-ชีวิตเขียน(?)
ให้ซอกซอนบ่อนเบียนในชอกช้ำ
ให้ร้อนร้าวหนาวเหน็บเจ็บระกำ
ต้องกลืนกล้ำตามวิถีที่โสมม

เคยหลบยุคซุกใจในซอกหลืบ
ไยยังตามคลานคืบเข้าเค้นข่ม
ไยยังหลอกไยยังหลอนให้ร้อนระทม
ร้าวระบมมาเนิ่นนานกับวันคืน

จะมีไหมสักขณะของหัวใจ
ที่สิ้นไร้เรื่องราวข่าวขมขื่น
ที่สิ้นไร้ทุกข์ช้ำรอยกล้ำกลืน
เพียงเสี้ยวคืนในครู่ฝัน - ฉันพอใจ!

...

ปรับแก้โดย ธุลีดิน




๏ เก็บดอกไม้มาฝาก…...................เก็บมาจากที่มีรัก
เก็บมาให้คนรู้จัก........................มอบด้วยรักหมดทั้งใจ

เก็บไว้ในอ้อมกอด........................นะเจ้ายอดดวงหทัย
เพราะมันสื่อสายใย....................คล้องดวงใจเรารวมกัน

ไม่ว่าอยู่หนใด...........................จะใกล้–ไกลไม่สำคัญ
เราต่างสานสัมพันธ์....................ผ่านคืนวันมายาวนาน

ข้อความตัวอักษร......................ทุกวรรคตอนที่สื่อสาร
เรียงร้อยเป็นสร้อยกาล..................ซึ้งซาบซ่านในดวงใจ

บุพเพชักนำเรา..........................มาแนบเนาในสายใย
มิตรภาพแตกกิ่งใบ....................แผ่กว้างใหญ่เกินคณา

เราร่วมกันขีดเขียน....................ร่วมแลกเปลี่ยนอักขรา
ผิด–ถูกชี้นำพา...........................จนภาษาแตกกล้ากอ

สัมพันธ์ฉันน้องพี่........................ที่เรามีไม่เสื่อมคลอน
ผ่านฤดูทบบทตอน.....................เกินถ่ายถอนให้จืดจาง

เส้นทางแต่ละคน....................อาจมืดมนอาจเคว้งคว้าง
เหนื่อยล้าและอ้างว้าง.................ขอเธอย่างอย่างทระนง

ฉันส่งใจอยู่ตรงนี้......................ปรารถนาดีอย่างมั่นคง
มอบรักอย่างซื่อตรง....................ขอเธอจงก้าวหน้าไป

ให้ประสบทุกสิ่งหวัง.........................มีพลังอันยิ่งใหญ่
เกื้อกูล,เปี่ยมน้ำใจ.......................ธำรงในคุณความดีฯ

...

วาระกำนัลปีใหม่ ๒๕๕๒ แด่สหายในสำนักหนอน
ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต



ดอกรักที่เบ่งบานบนต้นรักที่ร่วงโรย
เมล็ดพันธุ์ทางความคิดในชีวิตที่ไร้ความหมาย
สองสิ่งผูกพัน
หนึ่งสิ่งเริ่มต้นอยู่บนหนทางของการสิ้นสุด
และอีกหนึ่งสิ่งต้องสิ้นสุด ในขณะที่บางอย่างกำลังเริ่มต้น

มีหลายอย่างควบคู่อยู่บนหนทางแห่งเส้นขนาน
..ดำรงอยู่และลาลับ..
นี่หรือคือชีวิต?

น่าจะมีบางอย่างที่คงอยู่และมั่นคง แต่สิ่งนั้นคืออะไร?

รอยยิ้มที่เบ่งบานและหัวใจที่ค้านชา เกิดขึ้นในชีวิตคนหนึ่งคน
อะไรที่คนหนึ่งคนนั้นสัมผัสและพบเจอ?

เสียงหัวเราะสดใสและเสียงร้องไห้คร่ำครวญ ผ่านมาจากริมฝีปากคู่เดียวกัน
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?

ความเดียงสาอ่อนเยาว์ ถูกแทนที่ด้วยความกร้านกล้าและจริตมารยาสารพัด
เพราะอะไรถึงเปลี่ยน?

ในโลกที่แล้งไร้ และหัวใจที่หิวโหย
แสวงหาและเติมเต็ม
แต่เหมือนราดน้ำลงบนผืนทราย ชุ่มฉ่ำ สักพักก็เหือดหาย

อาจเพราะ...
ชีวิตมีสว่างและมืดมน
ชีวิตมีสุขสันต์และตรอมตรม
ชีวิตเป็นมาและเป็นไป


ฉันจึงควรเข้าใจ.................และปล่อยวาง




๏ จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า…
ไยความเศร้าจึงเข้ามาทายทัก
ไยชีวิตนี้ช่างหน่วงหนัก
ขอฉันพักได้ไหมสักราตรี

ซุกกายอยู่ในความเหงา
รับฟังเรื่องเล่าที่เธอมี
เรื่องราวทั้งหลายทั่วทุกถิ่นที่
ขอให้ฉันฟังเรื่องดีดีจากเธอ

๏ จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า…
ฉันเคยโง่เขลามาเสมอ
ทุกสิ่งอย่างที่ผ่านพบเจอ
ฉันคร่ำครวญเพ้อเจ้ออยู่เพียงลำพัง

วันคืนล่วงผ่าน
เหลือเพียงตำนานแห่งความหลัง
ตำนานสวยงามและเปี่ยมพลัง
กลายเป็นซากผุพังท่วมท้นหัวใจ

๏ จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า…
ชีวิตจะทอดยาวอีกแค่ไหน
บนทางเดินที่โรยร้างไร้
ฉันจะหอบซากดวงใจไปได้อย่างไรกัน

ชีวิตช่างรวดร้าว
ฉันแสนเหน็บหนาวหวาดหวั่น
หลายครั้งคราวที่ต้องฝ่าฟัน
ฉันแทบอาสัญสิ้นลม

๏ จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า…
ส่งยิ้มเหงาเหงาไปให้เธอแล้ว
อยากได้ใจฉันกลับมาผ่องแผ้ว
แต่ไม่แคล้วยังเศร้าหมองนองน้ำตา

๏ จันทร์เจ้าขา…
บอกหน่อยเถิดหนาฉันจะทำฉันใด
ให้ชีวิตจากวันนี้จวบจนตลอดไป
ฉันมีแรงหอบดวงใจไปจนสุดปลายทาง...

...



แด่ คืนเหงาเหงา สับสน และเดียวดาย
ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต
๒.
คิดถึงเธอรู้บ้างไหม
คิดถึงจากใจ
คิดถึงเธอทุกคืนเลย

ไร้เธอเคียงข้างอย่างเคย
รู้บ้างไหมเอ่ย
หัวใจชอกช้ำเกินทน

ทุกค่ำคืนที่ผ่านพ้น
ฉันนั่งหมองหม่น
บนความอ้างว้างเดียวดาย

คิดถึงเธอยามชิดใกล้
แนบซบอุ่นไอ
ให้อุ่นหัวใจไม่ห่าง

๑.
หมอนใบนั้นที่เธอเคยหนุน
กลิ่นหอมกรุ่นยังไม่จืดจาง
เยื่อใยเรามั่นคงไม่สร่าง
แต่เธอมาร้างห่างไกลลับตา

เธอบอกกับฉันไม่นานจะกลับ
หาใช่ไปลับไม่นานจะกลับคืนมา
เธอทิ้งฉันไว้กับความเหว่ว้า
ฉันเหงาเกินกว่าจะเอ่ยรำพัน

ฉันนอนขดตัวภายใต้ผ้าห่ม
มันขื่นมันขมเกินใจอดกลั้น
คิดถึงไออุ่นที่เรามีกัน
พลันน้ำตากลั่นไหลรินเป็นสาย

นานแล้วนะ..นานแล้ว..เธอยังไม่กลับ
คืนวันฉันนับด้วยใจสลาย
หรือใจของเธอนั้นมอดมลาย
สิ้นความทรงจำทั้งหลาย...ระหว่างเรา

๐.
หากเธอยังมีเยื่อใยอยู่บ้าง
มาลบอ้างว้างและความเปลี่ยวเหงา
มานอนข้างเคียงบนเตียงของเรา
อย่าปล่อยฉันเหงาอยู่เพียงเดียวดาย

.
.
.
กลับมาซะทีสิไอ้คนใจร้าย..............ฉันกำลังจะตายเพราะกลัวผี...!!!



วาระโดนทิ้งให้นอนเฝ้าห้องคนเดียว

๏ ธุลีหมอกหยอกเย้าธุลีลม
ธุลีรักเพาะบ่มธุลีชีวิต
ธุลีใจสื่อสายใยในห้วงคิด
ธุลีจิตสื่อประสานเป็นตัวตน

ค่ำคืนยืนชมจันทร์ในฝันรัก
รอยสลักปักตรึงคะนึงหวน
รอยอาลัยละไมมุนยังอุ่นอวล
รอยยิ้มยวนชวนชิดสนิทใจ

เพียงรุ่งเช้าอุษาสางกระจ่างแจ้ง
เริงร้อนแรงพิษรักสลักไว้
เริงรุมเร้าแผดเผาช้ำทรวงใน
เริงระบำร่ำร่ายในเวจิณ

ธุลีเดือนเกลื่อนสกาวในราวฟ้า
ธุลีป่ายังทิ้งซากฝากผาหิน
ธุลีดาวยังอิงซบธุลีดิน
ธุลีใจใยสิ้นธุลีรัก !



งานกลอนชิ้นแรก, กันยายน ๒๕๕๑

นั่งเหงาเหว่ว้าเดียวดาย
ขบคิดความหมาย
เรื่องราวหลากหลายสารพัน

ชีวิตหมุนเวียนเปลี่ยนผัน
ความจริง-ความฝัน
หมุนเวียนผันเปลี่ยนเวียนไป

อะไรที่ใจฝันใฝ่
งดงามปานใด
เล่าใจถึงปรารถนา

ภาพที่เห็นล้วนเป็นมายา
สรรค์สร้างพรางตา
ปลุกปรารถนางมงาย

-๒-
หลายเรื่องราวร้อยเรียงราย
จากใจสู่กาย
สู่ความหมายนามธรรม

เพียรขบคิด ซ้ำซ้ำ ซ้ำซ้ำ
แว่วเสียงยินคำ
กระทบโสตสลายไป

สรรพสิ่งแตกดับ-เกิดใหม่
ไม่เว้น จิต-ใจ
เวียนว่ายวังวันวัฏฏา

ขอแค่ขณะเวลา
สัมผัสอนัตตา
ชั่วขณะคงเพียงพอ

…


ภาพประกอบ : http://www.junjaowka.com/


หลงวันหลงคืนดื่มด่ำ
จมปลักจองจำ
กับศิวิไลเฟื่องฟุ้ง

หลงเมามาดมั่นหมายมุ่ง
ก่อเกียรติบำรุง
ปรนเปรอความอยากแห่งใจ

หลงเสพสวะวิลัย
เพิ่มเชื้อสุมไฟ
เผาผลาญตัวตนทุราย

ละวางกิเลสทั้งหลาย
เลิกคิดมั่นหมาย
เกลือกกลั้วอบายโสมม

ละทิ้งเศษซากอาจม
มุ่งคลี่คลายปม
แห่งทุกขเวทนา

เลิกลิ้มชิมรสมายา
เกียรติกามตัณหา
มุ่งสู่สงบร่มเย็น

มองสรรพสิ่งตามจริงที่เป็น
บัดนั้นจึ่งเห็น
ตัวตนสว่างว่างวาง ฯ

...

วาระปะฝีกลอนท่านดิน



-๑-
ดาวร่วงดาวร้างบนทางดาว
สิ้นแสงพริบพราวเป็นดาวหม่น
หล่นร่วงเคว้งคว้างจากวังวน
สู่ความมืดมนอนธการ

ดาวร่วงดาวโรยริบโรยแสง
แดดิ้นสิ้นแรงแสวงหาญ
แตกดับย่อยยับไปกับกาล
เหลือธุลีท่องจักรวาลนานกัปกัลป์

ดาวไหนดาวนั้นฉันฝันใฝ่
ดาวนั้นดาวไหนที่ใฝ่ฝัน
ดาวโรยดาวร่วงช่วงตะวัน
ดาวเพริศเฉิดฉันท์กับจันทร์ฉาย

ดาวไหนดาวนั้นฉันถามหา
วับวิบลิบตาหาความหมาย
วิบวับลับลามาเดียวดาย
กระวนกระวายสุมเพลิงใจ

-๒-
ฝันร้าวฝันลับไปกับขวัญ
เหลือเพียงใจหวั่นผวาไหว
ผวาหวาดรวดร้าวทุกคราวไป
หลงเล่ห์, กลใด แห่งใจตน

ฝันร้าวฝันรานสะท้านขวัญ
สะเทือนนรก สะทกสวรรค์บันดาลผล
ใจสะยอกอกแสยงมิแปลงปรน
ทุรายรนทุรนรายอยู่ดายเดียว

ฝันร้าวฝันลับดับความหมาย
ฝันสลายกลายกลับดับชั่วเสี้ยว
ฝันไหนพร่ำเพ้ออยู่เปล่าเปลี่ยว
ฝันนั้นลัดเลี้ยวไปเดียวดาย

ฝันนั้นฝันนี้ที่เคยฝัน
วับวิบพริบตะวันอันเฉิดฉาย
วับวิบพริบดาวอยู่พราวพราย
เพียงดาวคล้ายลับ ดับฝัน !


ภาพประกอบ : อินเตอร์เน็ต
ในเรื่องราว: , |



ในโลกแล้งไร้ อ้างว้าง เหน็บหนาว

หลายคราอ่อนล้า สิ้นหวัง

หมดสิ้นเรี่ยวแรงแม้พยุงกายให้หยัดยืน

กลับมีบางเศษเสี้ยวลึกลับในห้วงคำนึง อิ่มเอิบ อบอุ่น

และหาญกล้าท้าทาย

ให้หัวใจกลับมาโลดเล่นได้อีกครั้ง

ฉันมักสงสัย มีอะไรซุกซ่อนอยู่ภายใน

ในห้วงคำนึงของหัวใจดวงนี้

แต่ทุกครั้งที่ตั้งคำถาม คำตอบคือว่างเปล่า

หากแต่ฉันมั่นใจ มันไม่เคยมีความว่างเปล่าอยู่ภายใน

ชีวิตยังคงดำเนิน หัวใจยังคงแสวงหา

และฉันยังเชื่อมั่น ณ ห้วงเวลาสมดุล

ณ เส้นขอบรุ้ง

ภาพฝันบรรจบภาพจริง

คำถามสำหรับทุกเรื่องราว

คงถึงเวลาปิดฉากการค้นหา

เพราะคำตอบอยู่ในแววตาอ่อนโยนจาก

ใครคนหนึ่ง ...ถึงใครอีกคน



ภาพประกอบ : อินเตอร์เน็ต

ในเรื่องราว: |