แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฝากไปในสายลมรัก แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฝากไปในสายลมรัก แสดงบทความทั้งหมด

๏ แว่วคำจำนรรจ์มาจากสาส์น
ให้ไหวหวานซ่านซึ้งรำพึงหา
ถ้อยกระซิบสายลมที่พรมพา
รู้ไหมว่าอกอรอาวรณ์อาลัย

ยามยากไร้คู่เรียงมาเคียงชิด
ล้านความคิดถ้วนสดับยังขับไข
เพียงแค่พรากจากกันมิทันไร
ทั้งดวงใจร้าวรานสะท้านทรวง

นั่งชมดาวพราวพริบระยิบผ่อง
งามละอองทั้งแดนดินถึงถิ่นสรวง
แต่ดาวดื่นหมื่นดาวพราวแสงยวง
รึจะอาจบั่นบ่วงห่วงอาวรณ์

ณ ราตรีหยาดน้ำค้างพร่างเรียวหญ้า
ดั่งน้ำตาอกน้องนองสะท้อน
สะท้านใจไหวหวั่นจนสั่นคลอน
มิอาจนอนข่มตาสักราตรี

ด้วยดวงใจทั้งดวงยังห่วงหา
ดื่นดาราเด่นประจักษ์เป็นสักขี
สานถ้อยความอุ่นไอในไมตรี
ตอบคนดีเว้าวอนตามกลอนคำ

มั่นหมายรักปักจิตไม่คิดหน่าย
ถึงนิราศห่างหายหลายคืนค่ำ
ย้ำสลักรักน้องดั่งจองจำ
แม้นชอกช้ำก็มั่นภักดิ์สลักรึง

เคยร้อยสร้อยเก็จวลีมาพลีมอบ
ถ้อยความกอปรถ้วนจิตแห่งคิดถึง
หวานอักษรพจนายังตราตรึง
ทุกเสี้ยวซึ้งส่วนความหวามอุ่นไอ

นาฏะอักษรานี้แด่พี่ท่าน
จะวันวารวันนี้หรือวันไหน
จะร้อยสร้อยเก็จวลีมาลีใจ
เป็นมาลัยคล้องขวัญนิรันดร...

@ เรไรร่อนร้อง : หวังจะมีสักวันเธอหันมา


๏ อ้อมกอดดาวดื่นของคืนหนาว
กับอกผ่าวรติรสเกินปลดเปลี่ยน
ความลึกล้ำซ่านซาบวาบไหวเวียน
จนจารเจียรอุ่นเอื้อสู่เนื้อใจ

งามละไมในรักเฝ้าถักร้อย
ทุกเสี้ยวรอยงดงามความหวามไหว
กำซาบซึ้งเสี้ยวส่วนล้วนความนัย
ละมุนใยโยงร้อยเป็นถ้อยคำ

ส่งเป็นสารแนบรักสู่ตักอุ่น
ที่เคยคุ้นชิดชื่นทุกคืนค่ำ
ลำนำพจน์ร่ายบทเพลงบรรเลงล้ำ
กล่อมคืนค่ำหอมหวานด้วยม่านมนต์

ให้เพลงดาวพราวแสงพริบแต่งสรวง
ได้โชติช่วงพราวพร่างสว่างสถล
กระจ่างเนตรเจตจินต์ถวิลยล
นภดลเลื่อมพรายลายราตรี

เย็นลำลมโบกโบยมาโชยชื่น
ระรินรื่นหอมเฟื้อยระเรื่อยรี่
แมกไม้ป่าผกาไพรในพงพี
ร่ายไมตรีหอมฟุ้งมาปรุงโปรย

กับดึกดื่นคืนค่อนไม่นอนแนบ
นั่งอิงแอบอุ่นดาวอกผ่าวโผย
กระซิบแผ่วแว่วกระแสอยู่แดโดย
ชื่นลมโชยชายเผดียงมาเพียงพิณ

งามรัตติพิศุทธิ์ สุรโลก
มวลสุโนกว่ายจันทร์บรรสานศิลป์
การเวกกล่อมกาลวิมานดิน
ท่ามอวลกลิ่นกุสุมาลย์ พิมานแมน

หอมกลิ่นกรุ่นอุ่นอาบกำซาบรัก
หอมยิ่งนักกว่าลดาพนาแสน
อุ่นอ้อมใดไหนเปรียบมาเทียบแทน
ไม่เหมือนแม้นอ้อมรักจักตราตรึง

เป็นลำนำขับขาน ณ กาลดึก
ประกายพรึกเจิดวิจิตรยามคิดถึง
ร้อยอักษรกลอนคำในรำพึง
ว่าสุดซึ้งคะนึงห่วงสุดดวงใจ

จะแดนดินถิ่นสรวงสุดห้วงภพ
จารบรรจบไมตรีที่มีให้
ใต้นภาฟ้ากว้างใช่ห่างไกล
หากสองใจยลดารา...ฟ้าเดียวกันฯ


๏ อวลอุ่นแสงอ่อนตอนตรู่สาง
ใยแมงมุมซับน้ำค้างกลางเหินหาว
ฉ่ำรวงรังพรั่งเม็ดเป็นเกล็ดพราว
งามวิบวาววับใสกับใยยวง

เย็นลมเย็นแผ่วพลิ้วมาริ้วรื่น
แมกไม้ดื่นส่ายไหวใบหล่นร่วง
กลิ่นผกาชายกรุ่นชวนอุ่นทรวง
ฤดีดวงไหวหวามทรามอนงค์

กระอายหมอกดอกดื่นชื่นน้ำค้าง
ไม่แรมร้างกิ่งก้านบานระหง
คลุมยอดไม้ไหวเอนเบนลู่ลง
ลุ่มพะวงโลมลูบจูบพะยอม

รื่นทิวามารตีศรีสว่าง
เจิดกระจ่างอวลละมุนอุ่นถนอม
เรืองอร่ามถิ่นคามดูงามพร้อม
ดั่งจะย้อมด้วยมณีรุจีรัตน์

เจ้าบินหลาหาคู่ได้อยู่เคียง
ร่ำจำเรียงเสียงใสใจประหวัด
เคียงคู่ครองปองอยู่ไม่รู้พลัด
ชีพสวัสดิ์ปลงปลิดไม่บิดเบือน

แว่วสกุณาป่าพงรับส่งทอด
จวบตลอดชลสินธุ์ทุกถิ่นเถื่อน
ครวญกังวานขานกล่อมล้อมเหย้าเรือน
มิรางเลือนลาลับกับสายลม

ภู่ภมรร่อนร่ายส่ายปีกทั่ว
คล้ายจะยั่วหยอกเย้าเฝ้าสู่สม
เกสรรักหวานหอมได้ดอมดม
ชวนภิรมย์ชมชิดสนิทนวล

อวลกลิ่นหอมพะยอมพันธุ์ของขวัญพี่
ช่อมาลีชูสล้างช่างหอมหวน
ดารดาษวาดแซมแต้มแต่งถ้วน
กรุ่นกลิ่นอวลอุ่นอยู่ไม่รู้วาย

ก้มจูบซับดอกอิ่มเจ้านิ่มเนื้อ
งามอะเคื้อวับแวมแย้มนวลฉาย
บ้างกลีบหล่นร่วงโรยลงโปรยปราย
ละไมม้ายเมืองแมนแดนโสภา

เพียงภิรมย์ชมชื่นจากตื่นฝัน
วิไลวรรณทุกสิ่งมิ่งเสน่หา
แจ่มกระจ่างพร่างพรายนัยนา
ดั่งมนตราห้วงยามงามตระการ

สร้อยบุปผามาลัยตั้งใจร้อย
อุบะห้อยกุหลาบคู่ชมพูหวาน
ร้อยด้วยรักจริงใจในดวงมาลย์
เพียงส่งผ่านรักแท้แด่พี่ยา

ให้ปลอบปลุกทุกขวัญกำนัลรัก
ชูใจภักดิ์สมมาดวาสนา
ให้รักอยู่ยืนยงคงคู่ฟ้า
ทุกรัตติทิวาอย่าร้างเลือนฯ




๏ ปางน้องรักพี่ฤดีถ้วนเทวษถวิล
เหมือนพสุธาโอบเอื้อเกื้อชีวิน
รักดารินเกินจันทร์จะกั้นกลาง

เหมือนน้ำค้างหยาดเกล็ดเป็นเพชรใส
รักเรียวหญ้าโล้ใบเกินใครขวาง
สายลมแผ่วยังพลิ้วมาบางบาง
รักโลกกว้างทางเถื่อนมิเลือนลา

คณนากว่าประมาณเกินการณ์คิด
จะลิขิตก็เกินถ้อยร้อยภาษา
จนคำกล่าวสาวเค้นเป็นวาจา
อย่าเมินหน้าหมางหมองไม่มองเมียง

หากบินได้เหมือนผีเสื้ออะเคื้อทุ่ง
จะโฉบปีกร่ายฟุ้งทั่วทุ่งเถียง
พาพี่ร่อนลมไปคู่ใจเคียง
สู่วังเวียงถิ่นแถนเยี่ยมแดนฟ้า

นี่เพียงกายหมายมั่นก็บั่นสิ้น
แค่ลมลิ้นฤาซ่านซึ้งคะนึงหา
เพียงสองแขนก็ยากแม้นจะไขว่คว้า
ร้าวอุรารุ่มร้อนรอนฤทัย

ต่อแต่นี้คงจมทุกข์ถวิล
ไม่สุดสิ้นสายรักให้ผลักไส
ยากตัดเยื่อร้างสวาทอนาถใจ
จะมีไหมทุกข์ทั้งแหล่เกินแต่นี้

ห่างเหลือเกินระยะทางมาพรางพราก
ให้ทุกข์ยากด้วยจิตคิดถึงพี่
กายห่างไกลอย่างไรมิไยดี
เพียงรักนี้คล้องใจมิไกลกัน

วิบากกรรมไฉนในชาติก่อน
ถึงยอกย้อนซ้อนมาดั่งอาถรรพ์
คงเป็นบาปหนักแท้แต่ปางบรรพ์
ตามลงทัณฑ์ทุกข์ทนถึงหนนี้

โอ้ ดวงใจไม่สิ้นไร้อาลัยรัก
เฝ้าฟูมฟักสมัครมั่นไม่ผันหนี
หลงคำหวานผ่านพจน์บทกวี
แม้นคนดีลวงสิ้นด้วยลิ้นลวง

สุดแต่ใจของพี่ปรานีน้อง
จะสนองปองสมัครให้รักล่วง
หรือสะบั้นบั่นทิ้งทุกสิ่งปวง
ก็ไม่ทวงถามไถ่ใจจำนน

ด้วยเพราะรักจึงสมัครจักสมาน
แม้นจะนานกาลเปลี่ยนเวียนกี่หน
ดวงใจหนึ่งซึ้งซับรับทุกข์ทน
ยังมากล้นสายใยแก้วใจเอยฯ

@ เรไรร่อนร้อง : ปางพี่รักเจ้า

โอ...ใจข้าจะละลาย
ยากแท้บรรยายเป็นกลอนกล่าว
ถ้อยคำความรักชักแพรวพราว
บอกเล่าเรื่องราวกับสายลม

ชื่นฉ่ำคำหวานมาผ่านแผ่ว
กลิ่นแก้วรวยเร่ประเสประสม
โชยชื่นรื่นรายมาชายชม
พริ้มพรมพร่างเพราะเสนาะพราว

หวีดหวิววังเวงวิเวกไหว
สายลมโลมไล้เจ้ารวงข้าว
พัดปลิวเศษดินถึงดวงดาว
ส่งข่าวความรักมาทักทาย

กังวานซ่านซับรับกระแส
ย้ำความแน่วแน่กระแสสาย
แม้ทางห่างไกลเกินพบกาย
จะถอดใจวางรายให้รักเรา

เรียวหญ้าโน้มกอล้อเม็ดทราย
ในอ้อมแขนสยายของขุนเขา
นกน้อยกรายปีกเพียงแผ่วเบา
ซุกกายแนบเนากับซอกหิน

ท่ามแสงสายัณห์ตะวันพลบ
จนบรรจบราตรีมิรู้สิ้น
แผ่วพรายกรายเสียงมาเพียงพิณ
เยือนยินเพลงคลื่นคืนฟ้างาม

ลมดึกหวนคลอพะนอเน้า
รักเราบรรจบทั้งภพสาม
ล่วงพ้นมนต์ลวงของห้วงยาม
สู่แดนนิรนามข้ามฉิมพลี

แดนฝันโอบกอดความรัก
ทายทักวิมานซ่านสุขี
แม้กายเพียงเศษเถ้าธุลี
แต่รักเสรีพ้นห้วงจักรวาลฯ


@ เรไรร่อนร้อง : ในอุ้งมือเธอ



รักเอยอยู่ไหน
เจ้าอยู่หนใดนะเจ้าความรัก
ดวงใจดวงหนึ่งคิดถึงเจ้านัก
โอ้เจ้าความรักอย่าเชือนอย่าแช

รักเอยอยู่ไหน
อยู่แห่งหนใดข้าคอยชะแง้
เหลียวมองหาเจ้าสุดสายตาแล
กลับไม่มีแม้เงารักให้ยล

รักเอยอยู่ไหน
อยู่แห่งหนใดใจข้าหมองหม่น
คิดถึงแต่เจ้าทุรายทุรน
โอ้ใจจำทนทุรนเดียวดาย

รักเอยอยู่ไหน
อยู่แห่งหนใดใจข้าสลาย
ข้าเพ้อถึงเจ้าจวนใจมลาย
จนแทบจะวายชีวาปลิดปลง

รักเอยอยู่ไหน
เจ้ารู้บ้างไหมทำใครลุ่มหลง
มีใครคนหนึ่งยังเฝ้าพะวง
อยู่ในดวงดงหนามทุกข์ทิ่มแทง

รักเอยอยู่ไหน
อย่าร้างห่างไกลอย่าคอยกลั่นแกล้ง
ข้าเปิดหัวใจตีแผ่แสดง
เจ้าอย่าหน่ายแหนงคลางแคลงฤดี

รักเอยอยู่ไหน
มาหาดวงใจเฝ้าคอยที่นี่
ข้าเพ้อถึงเจ้าชั่วนาตาปี
อย่าร้างไมตรีหนีไปไกลตา

รักเอยอยู่ไหน
อยู่ในพงไพรซ่อนในเพิงผา
อยู่ในน้ำใสใต้บึงธารา
หรือโพ้นขอบหล้าสุดฟ้าอมร

รักเอยอยู่ไหน
อยู่ในห้วงใจให้ใครซุกซ่อน
อยู่ในเขาเขียวป่าเปลี่ยวทางจร
หรือในดงดอนหมู่ภมรเคล้าคลึง

รักเอยอยู่ไหน
คิดถึงข้าไหมสักใจเสี้ยวหนึ่ง
ข้าเพรียกเรียกเจ้าเฝ้าคอยคะนึง
เพ้อพร่ำรำพึงสุดซึ้งดวงแด

รักเอยอยู่ไหน
อย่าร้างห่างไกลจากใจรักแท้
ข้าผูกสมัครรักไม่ผันแปร
ดวงใจแน่วแน่คอยเจ้า....รักเอย.



๏ บนหนทางแปลกแยกและแตกต่าง
ในระหว่างทางที่เจอ เธอกับฉัน
ผ่านพบสื่อนิยามความผูกพัน
ผ่านวันทบวันอันเป็นไป

บนเส้นทางก้าวผ่านด่านอดีต
ฉันเขียนขีดชีวิตอันยิ่งใหญ่
ก้าวต่อก้าวฟันฝ่าท้าความนัย
ก้าวเดินไปด้วยไฟฝันที่ฉันมี

บนเส้นทางก้าวย่างทางชีวิต
จะถูกผิดลิขิตฝันทุกวันวี่
ฝันต่อฝันเติมฝันทุกวันมี
ใช้ชีวีทั้งชีวีเป็นเดิมพัน

สบเส้นทางหมายมาดปรารถนา
สบสายตามาดหมายคล้ายห้วงฝัน
สบเพียงซึ้งตรึงใจในสัมพันธ์
นัยน์วงตาคู่นั้นไม่ผันแปร

จะกี่ทางกี่ก้าวกี่หนาวร้อน
ทุกบทตอนทบทวีนี้แน่วแน่
เมื่อมีรักหล่อเลี้ยงในดวงแด
กี่ขวากหนามจะไม่แพ้ไม่คร้ามเกรง

ดุ่มด้นเดินฝ่าฟันด้วยฝันใฝ่
ดุ่มด้นไปด้วยใจไม่คว้างเคว้ง
ท่วงทำนองชีวิตยังบรรเลง
เป็นบทเพลงสื่อความหมายได้ประจักษ์

ฉันเรียงร้อยวันคืนด้วยความฝัน
เธอเรียงร้อยคืนวันด้วยความรัก
ทุกรอยเท้าก้าวย่างต่างตระหนัก
เมื่อมีฝันร้อยรัก...อิงพักใจฯ



เจ้าเอย..เจ้าดอกไมตรี
เจ้าแย้มบานได้ทุกที่
ดอกไมตรีช่างงามสดใส

เจ้าเอย..เจ้าดอกรัก
ยิ่งเบ่งบานยิ่งตระหนัก
ว่ากลิ่นดอกรักช่างยวนยั่วใจ

เจ้าเอย..เจ้าสายสวาท
ตัดเยื่อตัดใยไม่เคยขาด
โอ้สายสวาทช่างบาดดวงใจ

เจ้าเอย..เจ้าสายลม
ยามเจ้ารำเพยผ่านพรม
วานฝากใจลอยลมไปถึงคนไกล

เจ้าเอย..เจ้าสายฝน
ยามเจ้าร่วงหล่น
ช่วยขับกล่อมใครบางคนด้วยมนต์เพลงฝนได้ไหม?


"มีดวงใจหนึ่งดวงจะมอบให้เธอไว้ครอง
เมื่อยามสองเราต้องจากไกล
พาดวงใจเลื่อนลอยฝากบทเพลงบรรเลงให้ไว้
..เธอโปรดเก็บใจเอา..ไว้เพื่อรอ..

ฝากคำว่าคิดถึง..ให้เธออยู่เสมอ
แม้ไม่ได้เจอฉันก็สุขใจ
หากชีวิตไม่สิ้น ฉันจะกลับเอารักมาให้
เธอโปรดจำไว้วันที่ฉันรอ...

..เธอโปรดเก็บใจ..เอาไว้เพื่อรอ.."*



* เพลง รอวันฉันรักเธอ


๏ เก็บดอกไม้มาฝาก…...................เก็บมาจากที่มีรัก
เก็บมาให้คนรู้จัก........................มอบด้วยรักหมดทั้งใจ

เก็บไว้ในอ้อมกอด........................นะเจ้ายอดดวงหทัย
เพราะมันสื่อสายใย....................คล้องดวงใจเรารวมกัน

ไม่ว่าอยู่หนใด...........................จะใกล้–ไกลไม่สำคัญ
เราต่างสานสัมพันธ์....................ผ่านคืนวันมายาวนาน

ข้อความตัวอักษร......................ทุกวรรคตอนที่สื่อสาร
เรียงร้อยเป็นสร้อยกาล..................ซึ้งซาบซ่านในดวงใจ

บุพเพชักนำเรา..........................มาแนบเนาในสายใย
มิตรภาพแตกกิ่งใบ....................แผ่กว้างใหญ่เกินคณา

เราร่วมกันขีดเขียน....................ร่วมแลกเปลี่ยนอักขรา
ผิด–ถูกชี้นำพา...........................จนภาษาแตกกล้ากอ

สัมพันธ์ฉันน้องพี่........................ที่เรามีไม่เสื่อมคลอน
ผ่านฤดูทบบทตอน.....................เกินถ่ายถอนให้จืดจาง

เส้นทางแต่ละคน....................อาจมืดมนอาจเคว้งคว้าง
เหนื่อยล้าและอ้างว้าง.................ขอเธอย่างอย่างทระนง

ฉันส่งใจอยู่ตรงนี้......................ปรารถนาดีอย่างมั่นคง
มอบรักอย่างซื่อตรง....................ขอเธอจงก้าวหน้าไป

ให้ประสบทุกสิ่งหวัง.........................มีพลังอันยิ่งใหญ่
เกื้อกูล,เปี่ยมน้ำใจ.......................ธำรงในคุณความดีฯ

...

วาระกำนัลปีใหม่ ๒๕๕๒ แด่สหายในสำนักหนอน
ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต


๏ เมื่อดวงใจร่ำร้องคะนองรัก
จะหาญหักอย่างไรนะใจเอ๋ย
จะปล่อยปละผละใจกระไรเลย
โอ้อกเอ๋ยรรรงม*ไม่สมประดี


เมื่อดวงใจร่ำหาคราคิดถึง
ให้ดาวดึงส์หรือนรกทุกซอกลี้
ทั่วทิศหล้าพื้นพสุธาปฐพี
จะจรลีไปร่วมเรียงเคียงภิรมย์


แค่ให้ใจมาดมั่นว่าหมายคู่
จะร่วมอยู่เคียงขวัญกันเหมาะสม
จะร่วมเรือนเยื้อนยิ้มให้พริ้มพรม
ด้วยดวงใจชิดชมภิรมย์รัก


แค่ให้รู้ว่ารักจริงไม่ทิ้งขว้าง
จะถอดวางดวงมาลย์สมานสมัคร
ทุกห้วงใจยอมพร้อมถนอมรัก
จะร้อยปักถักสร้อยไว้ร้อยใจ


หากว่ารักก็โปรดเถิดอย่าเมินหนี
นะคนดีเห็นไหมนั่นพระจันทร์ใส
ส่งยิ้มงามวามวาวพราวละไม
ส่งหน้าบึ้งกลับไปได้ไงกัน


หากยังรักก็โปรดเถิดอย่าเชิดใส่
ถอดดวงใจวางให้แล้วนะแก้วขวัญ
อย่าได้เมินอย่าได้หมองไม่มองกัน
โธ่..ชีวัน อย่าตัดพ้อให้ง้อนาน.

...



*ขอบคุณคำ "รรรงม" ใน "บันทึกจากหุบเขาฝนโปรยไพร"
ของท่านกนกพงศ์ สงค์สมพันธุ์
ถึงธุลีดิน ณ ฝั่งลาว ...................................จากธุลีดาว ณ ถิ่นไทย

ความคิดถึงมันห้ามไม่ไหว จึงกลั่นเป็นถ้อยคำจากดวงใจ ส่งข้ามฟ้าไปหาเธอ

ฟากฟ้าที่เธอแหงนมอง
มีดาวส่องแสงบ้างไหม
ฟากฟ้าทางนี้แสนเหงาใจ
มีดาวมากมายแค่ไหน ก็ไม่สุขใจเท่ามีเธอ

เราสองห่างกันแสนไกล
อีกนานมั้ยจะกลับมาพบเจอ
หัวใจฉันเฝ้าแต่พร่ำเพ้อ
อยากเจอหน้าเธอในดวงดาว

แหงนมองดาวบนฟ้ากว้าง
ดาวหางวันนี้ไม่มีหาง
เพราะโดนคนใจร้ายตัดหางปล่อยวัดไปแล้ว

ดาวไถวันนี้ไม่ได้ไถ
คงไม่มีใครอยากทำนาบนดวงดาว
ดาวลูกไก่ยังคงซุกตัวอยู่ในเปลือกไข่
ฉันนั่งระทมอาลัย
ก็ใครเล่าใคร ที่ปล่อยให้ใครนับดาวคนเดียว

ถึงอย่างไร หัวใจก็ยังเฝ้ารอ
กระซิบฝากแสงดาวที่ถักทอ
ฉันจะรอเธอกลับมา

หากฟ้าที่เธอแหงนมอง
ไม่มีดาวส่องแสงประกาย
และหากฉันยังมีความหมาย
อย่านิ่งดูดายนะคนดี
มาจับฉันคนนี้ไปแขวนแทนดาว




ดัดแปลงจาก บทหนึ่งใน นิทานดวงดาวฯ ของ พรชัย แสนยะมูล “กุดจี่”
วาระท่านดินท่องเที่ยวเมืองลาว

๏ กลิ่นรวงทองฟุ้งข้าวยังกราวกรุ่น
หอมละมุนอุ่นอกสะทกไหว
โสนน้อยย้อยระย้าระดาไป
ตาลโตนดระบัดใบในสายลม

เคียวเกี่ยวก้อยร้อยรวงยังเรียงราย
งอบคู่กายยังวางอยู่รอคู่สม
มวลบุปผายังรอเจ้าเฝ้าชวนชม
เด็ดดอมดมกลีบผกามาแนบกาย

ทุกทิวาราตรีไม่มีแล้ว
เจ้าดวงแก้วขวัญพี่มาหนีหาย
น้ำผึ้งรวงแรมจันทร์พลันกลับกลาย
ขวัญสลายให้สะทกแทบอกพัง

หริ่งระงมเรไรครวญชวนวิปโยค
ริ้วม่านโบกล้อพระพายคล้ายลาสั่ง
สูญทุกสิ่งสิ้นทุกอย่างที่วาดหวัง
เหลือความหลังทิ้งไว้ใต้เงาเดือน

พี่อยู่นี่ทุกนาทีคะนึงหา
เจ้ากานดาคลอครองไม่หมองเหมือน
ภาพยามเจ้าเย้าพะนอไม่ขอเลือน
แม้นคำเอื้อนฝากรักด้วยภักดี

จวบจนสิ้นเงาร่างทางชีวิต
จะผูกจิตพิศหมายไม่หน่ายหนี
ถึงวันเดือนเคลื่อนคล้อยลอยลับปี
ใจดวงนี้มั่นสมัครเพียงภักดิ์นาง

เช้าค่ำกรำงานกลางท้องทุ่ง
จากย่ำรุ่งสู่ทิวาอุษาสาง
ฝากชีวิตกับทุ่งนาไม่ลาร้าง
จวบจนดินกลบร่างกลางท้องนา
.
.
.
ให้รักกลบภาพนางที่กลางใจฯ



๏ กรุ่นสายลมหอบรักฝากพี่ยา
สุดขอบหล้าฟ้ากว้างมิขวางกั้น
ส่งมาลัยอักษรามากำนัล
เป็นของขวัญแทนรักที่ภักดี

สื่อสายใยรักมั่นยังพันผูก
รักเราผูกโยงใยในทุกที่
โยงใยฝันซ่านทรวงดวงฤดี
ดั่งน้ำทิพย์เลี้ยงชีวีของสองเรา

ระยะทางห่างไกลไม่ไหวหวั่น
สายสัมพันธ์นั้นแน่นเหนียวดุจเกลียวเถา
คล้องดวงใจสองดวงด้วยบ่วงเรา
ให้ซบเงารักมั่นนิรันดร์ไป

จะผ่านวันผ่านคืนกี่ตื่นหลับ
ยังซาบซับความรักพี่ที่มอบให้
ทุกไฟฝัน ความหวัง กำลังใจ
เป็นอาทรห่วงใยอยู่แนบกาย

ฝากบทกลอนแทนใจนี้ให้พี่
ด้วยทั้งหมดที่มีที่มั่นหมาย
ด้วยใจภักดิ์รักมั่นไม่เสื่อมคลาย
ตราบชีวาวางวายไปตามกาล

ให้รักเราร่วมร้อยถ้อยภาษา
เป็นนาวาลำนำแทนคำหวาน
ชื่นร้อยรสบทกวีมณีกานต์
เพียงดวงมาลย์ซ่านซาบอาบทรวง ฯ


ภาพประกอบ : http://www.bloggang.com/

๏ แผ่วสายลมพรมพลิ้วริ้วริ้วรื่น
ระลอกคลื่นใบไม้ระส่ายไหว
งามพริ้งเพริศเลิศล้ำระบำใบ
เป็นมนต์ไพรเพลงพรายจากสายลม

แมกไม้กอหญ้าในป่าหมอก
ผลิดอกเรียงรายละม้ายห่ม
ดงดอกดวงบุปผามาลีภิรมย์
เป็นผืนพรมพวงผกาพิลาวัลย์

เจ้าผีเสื้อบินผ่านลานดอกไม้
ดั่งเริงร่ายแดนสรวงห้วงสวรรค์
สูดกลิ่นหอมย้อมแย้มแต่งแต้มพรรณ
ในสวนขวัญรุกขชาติดาษดา

เจ้านกน้อยไซร้ขนบนกิ่งก้าน
ระบัดบายปีกหางพลางเหลียวหา
เจ้าหนอนน้อยค่อยคืบกระดึ๊บมา
ท่ามสาขากิ่งใบของไพรสณฑ์

บ้างนกน้อยโผผินจากถิ่นที่
ท่องฉิมพลีแดนฟ้าเวหาหน
บินกวัดกว่ายร่ายรี่แล้วปรี่วน
อยู่เบื้องบนท้องนภาวิลาไลย

สายธารไหลฉ่ำเฉื่อยเรื่อยเรื่อยรื่น
ในแช่มชื้นพฤกษาวารีใส
พราวน้ำค้างพร่างพรายอุ่นอายไอ
งามวิไลเกินใดเทียบมาเปรียบเปรย

------------
------------
------------
------------

เราเดินชมดวงบุปผาผกาไพร
แล้วเจ้าอยู่หนใดเล่าใจเอ๋ย
หรือเที่ยวท่องล่องไปดั่งใจเคย
ไยละเลยให้รุ่มร้อนรอนชีวา ฯ


ภาพประกอบ : http://www.bloggang.com/




ฤดูกาลหมุนเวียนเปลี่ยนผันไป
ฤดูใจไยไม่เปลี่ยนหมุนเวียนผัน
ยังสลักปักรักทุกคืนวัน
นิจนิรันดร์คงมั่นไม่ครั่นครือ

เธออยู่ไหน โอ้...ดวงใจ อยู่ไหนเล่า
เธอแนบเนาฝากใจกับใครหรือ
หรือหลงหลุมดอกรักอันลั่นลือ
จึงยึดยื้อเป็นที่พักพำนักใจ

ในเงาหม่นคนเศร้ายังเฝ้าเพ้อ
หวังมีเธอแนบชิดสนิทใกล้
สนิทแนบแอบซบซับอุ่นไอ
ก็ห่างไกลห้วงฝันอันเลือนราง

เข้าคิมหันต์หวั่นอกสะทกร้าว
ดั่งสายว่าวมาสะบั้นเกินกั้นขวาง
ว่าวลอยลมเหินหาวพราวเพริศพราง
สุดจะรั้งรักจางวางคืนเคียง

วัสสานะหนาวเหน็บใจเจ็บปวด
พิรุณหวดแส้สายพร่างพรายเสียง
กระหน่ำฟาดสาดซ่าลงมาเพียง
ส่งสำเนียงราวมีดกรายคม

ลมเหมันต์ผันผ่านวารวันเก่า
รักสองเราเคยชื่นกลับขื่นขม
ดวงใจหนึ่งลอยไปในสายลม
อีกดวงใจตรอมตรมระทมครวญ

หลากฤดู ใจเรรวนผวนผันไป
แต่หนึ่งคนหนึ่งใจไม่ผันผวน
ผ่านสายฝนลมหนาวในร้าวรวน
ใจรัญจวนจองจำอยู่รำพัน

จากวันนั้นถึงวันนี้ไม่มีเปลี่ยน
ยังขีดเขียนคำรักปักใจมั่น
แม้ใจเจ้าหมุนเวียนเปลี่ยนตามวัน
ยังยืนยันรักเจ้าไม่เปลี่ยนแปลง ฯ



ภาพประกอบ : อินเตอร์เน็ต
ในเรื่องราว: |