แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชั้นหนังสือ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ชั้นหนังสือ แสดงบทความทั้งหมด




แรงอธิษฐาน ( 2 เล่มจบ)
โดย ก.สุรางคนางค์ 

เพชรแม้จะตกอยู่ในเปือกตมหรือที่ใดๆ เพชรนั้นก็คงเป็นเพชรอยู่วันยังค่ำ ไม่มีวันจะกลายเป็นอื่นใด ท่ามกลางบรรยากาศอันสงัดเงียบและอบอวลไปด้วยกลิ่นธูปหอมควันเทียน เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ผอมบาง แต่นัยน์ตากล้าแกร่ง เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น กำลังตั้งจิตอธิษฐานต่อหน้าพระประธานองค์ใหญ่ ซึ่งดูเหมือนจะแผ่รัศมีอันอบอุ่นร่มเย็นให้แก่ส่ำสัตว์ที่กำลังอยู่ในห้วง ทุกข์ ก่อนที่คนเราจะมีความปรารถนาในสิ่งใด ย่อมหมายความว่าจิตใจกระทบกระเทือนต่อความบีบคั้นเหล่านั้นจนเหลือที่จะทน ได้ สิ่งที่ ปัทมาปรารถนามิใช่เงินทอง มิใช่ความหรูหราสะดวกสบาย มีชีวิตดั่งคุณหนูหรือเจ้าหญิงในเทพนิยาย จะมีใครบ้างที่จะรู้ถึงความปรารถนาแท้จริงที่อยู่ลึกๆ ภายในดวงใจอันบอบบางดวงน้อยๆ ของเธอ...*


ปัทมา วรารักษ์ ลูกเลี้ยงของนายไปรษณีย์และแม่ค้าขนม เด็กสาวผู้ถูกสังคมแวดล้อมประณามว่าเป็นลูกไม่มีพ่อ ลูกเจ๊ก ไม่มีหัวนอนปลายเท้า มารดาของเธอหอบท้องมาพึ่งพาเพื่อนรัก หลังคลอดลูกได้เพียง 3 วันหล่อนก็สิ้นลม ทิ้งลูกน้อยเอาไว้ให้อยู่ในความรับผิดชอบของนางถนอมผู้เป็นเพื่อน นายไปรษณีย์สามีของนางติดต่อไปยังบิดาของทารก จนนำไปสู่การจ้างเลี้ยงเด็ก ทุกเดือนบิดาของปัทมาจะส่งเงินมาให้นางถนอมเป็นค่าใช้จ่าย กระทั่งสิบปีต่อมาเงินส่วนนั้นขาดหายไปโดยไม่ทราบเหตุ นายไปรษณีย์เข้ากรุงเทพฯ เพื่อสืบข่าวคราว ได้รับรู้ว่า คุณหลวงประภาส บิดาของปัทมาได้เสียชีวิตลงแล้ว นางประภาพี่สาวเพียงคนเดียวของคุณหลวงไม่ยอมรับรู้ถึงการมีอยู่ของปัทมาผู้เป็นหลาน


นายไปรษณีย์และนางถนอมผู้เป็นภรรยา จึงต้องเลี้ยงดูปัทมาด้วยเงินทุนของตัวเองนับแต่นั้น มอบความรักและปรารถนาดีประดุจลูกในไส้ ทั้งอบรมสั่งสอนและให้การศึกษา โดยไม่สนใจคำว่ากล่าวของใครต่อใคร ที่ทั้งชื่นชม และนินทาว่าร้าย ต่อการอุ้มชูเด็กคนหนึ่งที่ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของตนอย่างดิบดี


แล้ววันเวลาก็ได้พิสูจน์ให้ประจักษ์ว่า คุณความดีในตัวคนบ่มเพาะกันได้ และจะงอกงามออกดอกผลให้ฉ่ำชื่นใจเสมอ...



* คัดลอกจากส่วนหนึ่งของหนังสือ



ตรวจภายใน
โดย นิ้วกลม



เพิ่งอ่านงานของ นิ้วกลมเล่มแรก ทั้งที่เคยได้ยินนามปากกานี้มาช้านาน ในแง่ของบทความสร้างสรรค์ เชิงขบคิด และตั้งคำถาม ตรวจภายในเป็นเนื้อหาที่ผู้เขียนมองผู้คน และสังคมในยุคโลกาภิวัตน์  ยุคที่อินเตอร์เน็ตมีบทบาทอย่างเต็มที่ แพร่หลาย กว้างขวาง และทำให้ใครหลายคนหมกมุ่นอยู่ในสังคมออนไลน์

หนังสือได้สะกิดให้เราปลีกตัวออกมาแล้วลองย้อนกลับไปมองสังคมที่เราอยู่ ขบคิด ใคร่ครวญ ไปกับเรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิต และเกิดขึ้นในสังคม บางสิ่งเห็นด้วยกับผู้เขียน ยอมรับว่าหลายสิ่งคาดคิดไม่ถึง ทั้งที่ลึกๆ เราก็เป็นแบบนั้น เพียงแต่ก่อนหน้านี้เราไม่มีเวลา หรืออาจละเลยที่จะย้อนกลับมาดู ทว่า บางสิ่งก็เห็นแย้ง แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญเกินไปกว่า เราได้เห็นมุมคิดที่แตกต่างออกไป แล้วพยักหน้าหงึกหงัก อ้อ...บางเรื่องผู้ชายเขาคิดแบบนี้เหรอ อืม...อืม...นะ!

เจียดเวลาสักนิด มาตรวจภายในตัวเรา ตรวจภายในสังคมที่เราอยู่บ้างก็ดี



ณ ที่นั้นมีดาวเหนือ
โดย วาณิช จรุงกิจอนันต์

แม้นดาวเหนือยังส่องทางเป็นกำลังใจ อีกไม่นานคนไกลคงได้กลับไปจูบดินผืนเดิม

วาณิช จรุงกิจอนันต์ เป็นนามปากกาที่เพื่อนคนหนึ่งเคยแนะนำให้อ่าน ไม่แน่ใจว่าเรื่องที่แนะนำนั้นคือเรื่องนี้ หรือเรื่อง ‘ซอยเดียวกัน’ กันแน่ แต่ก็บอกได้ว่าเป็นนามปากกาที่ถูกแนะนำมา อีกทั้งเมื่อคุยกับเพื่อนนักอ่านแดนไกลท่านหนึ่ง บอกเล่าถึงรายชื่อหนังสือที่รออ่าน เธอหยิบยกนามปากกานี้มาพูดในทำนองว่า “คุณวานิช เป็นนักเขียนชายที่เขียนเรื่องรักได้ละเมียดละไมท่านหนึ่ง” อื้ม เป็นคำชื่นชมที่ทำให้ใจสั่น ด้วยว่าเราเองก็ถูกจริตกับเรื่องรักละเมียดละไมใช่หยอก

ณ ที่นั้นมีดาวเหนือ จึงได้เปิดหน้าแรก ใช้เวลาอ่านอยู่นาน เพราะอ่านๆ วางๆ ใช่ว่าไม่สนุก กลับกัน เรื่องชวนติดตาม อยากรู้บทสรุปของ อาสา ครูเพลง และ เรืองดาว หญิงสาวผู้ใฝ่ฝันจะเป็นนักร้องดังเพื่อชื่อเสียงเงินทอง ยกฐานะครอบครัวให้อยู่ดีมีสุข

สำนวนภาษากรุ่นๆ ในอารมณ์ให้ต้องละเลียดซึมซับ ค่อยอ่านไปทีละหน้า ทบหน้า ไม่เร่งร้อน

ทว่า บางคาบบางคราก็อยากปิดฉับ วางทิ้งไว้ตรงนั้น แล้วทำเป็นลืมๆ ไปว่าได้หยิบเรื่องนี้มาอ่าน หากเมื่อพยายามคิด บอกตัวเอง ตัวละครในเรื่องก็ปุถุชนธรรมดา คิดผิดทำพลาด มีความทะเยอทะยานในหัวใจ มีข้ออ้างไว้ปลอบประโลมใจเพื่อให้รู้สึกว่าที่ทำ ดีแล้ว ถูกแล้ว เรื่องเหล่านี้เลี่ยงไม่พ้นกับความเป็นมนุษย์ที่ยังต้องดิ้นรน คิดได้อย่างนี้ก็มีใจอ่านไปได้ด้วยอารมณ์ไม่ต่างจากเดิม

และจบแบบ...อิ่มอุ่น แม้จะยังรู้สึกว่าไม่สุด.





โจนาทาน ลิฟวิงสตัน นางนวล
ริชาร์ด บาก เขียน นิรุบล สิริมงคล แปล

เปิดศักราชใหม่ด้วยหนังสือขนาดสั้นเล่มเล็ก ใช้เวลาอ่านประมาณ 2-3 ชั่วโมง...เรื่องราวของโจนาทานนางนวลหนุ่ม ผู้กบฏต่อวิถีปฏิบัติของฝูงนางนวล ทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่ในชีวิตไปกับการฝึกบิน จนค้นพบอิสรภาพอันยิ่งใหญ่

หนังสือเล่มน้อย แต่แซมแทรกด้วยปรัชญาที่ต้อง ‘ย่อย’ และ ‘ขบคิด’ ไว้มากมาย ระหว่างแอบดูโจนาทานฝึกบิน ละม้ายได้ติดไปกับปลายปีกขน เริงร่อน ถลา ท้าลม อิสระอยู่ใกล้แค่ปลายจมูก ครั้นจะไขว่คว้า ยากยิ่ง

นั่นคงเพราะ เรายังฝึกฝน ทุ่มเท และเรียนรู้ได้ไม่ถึงเสี้ยวของโจนาทาน...

*เช้าวันนั้น ตะวันแห่งวันใหม่เปล่งประกายสีทองระยิบทอดข้ามริ้วคลื่นของทะเลยามสงบ

เรือหาปลาลำหนึ่งลอยลำอยู่ห่างจากฝั่งไปหนึ่งไมล์ ส่งสัญญาณให้อาหารผ่านอากาศไปยังฝูงนกที่ออกหากินในตอนเช้า จนกระทั่งนางนวลนับพันบินโฉบเข้าไปต่อสู้แย่งชิงเศษอาหารกัน อีกวันอันวุ่นวายก็เริ่มขึ้น

แต่ไกลออกจากตัวเรือและฝั่งทะเล นางนวลโจนาทาน ลิฟวิงสตัน ฝึกบินอยู่เดียวดาย ในระดับความสูงที่หนึ่งร้อยฟุตบนท้องฟ้า เขาลดเท้าที่มีแผ่นพังผืดเชื่อมระหว่างนิ้ว เชิดจะงอยปากขึ้น และฝืนรั้งวงโค้งตลอดแนวปีกเอาไว้ด้วยความยากเย็นและเจ็บปวด วงโค้งนี้หมายถึงโจนาทานจะบินได้ช้าลง และตอนนี้เขาก็บินช้าลง สายลมที่พัดผ่านหน้าเป็นเสียงกระซิบ กระทั่งมหาสมุทรเบื้องล่างหยุดนิ่งอยู่กับที่ เขาหรี่ตารวบรวมสมาธิ กลั้นหายใจ แล้วบิดปีกให้...โค้งขึ้น...อีก...หนึ่ง...นิ้ว แล้วขนก็สั่นกระเพื่อมไปทั้งร่าง เขาหยุดกึก แล้วก็ร่วง...


ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกการฝึกบินของโจนาทาน ลิฟวิงสตัน นางนวล

แด่...นางนวลโจนาทานที่แท้จริง ซึ่งอยู่ในตัวเราทุกคน



(* คัดลอกจากบทเริ่มต้นของหนังสือ)