สวัสดีเธอผู้อยู่ในความทรงจำเสมอมา
๔๓ วัน ที่ฉันไม่มีตัวอักษรถึงเธอเลย ฉันไม่รู้ว่าเธอรู้สึกยังไงเมื่อตัวอักษรของฉันห่างหายไป บางทีเธออาจคิดว่าฉันทิ้งขว้างเมื่อความตื่นเต้นที่ฉันเคยมีหมดสิ้นลง
ถ้าเธอกำลังรู้สึกน้อยใจ เสียใจ ผิดหวัง หรืออะไรก็แล้วแต่สำหรับการขาดหายของจดหมายจากฉัน ขอเธอโปรดรู้ไว้ สำหรับเธอแล้ว คำว่าทิ้งขว้าง ละเลย หรือหลงลืม ไม่เคยมีอยู่ในหัวฉันเลย เธอยังคงอยู่ ณ ที่หนึ่งที่สวยงามไม่แปรเปลี่ยน
หวังว่า ๔๓ วันที่ผ่านมาเธอคงสบายดีและมีความสุข ส่วนฉันชีวิตยังเรียบเรื่อยไปตามทำนองที่มันเคยเป็นมาและควรจะเป็นไป แต่ก็ยังพอหาความสุขเล็กๆ ในบางจังหวะได้เสมอ เธอคงรู้ดี รอบกายเราล้วนมีความสุขมากมายรายล้อม อยู่ที่เราจะเปิดตาเปิดใจมองมันหรือเปล่า บางครั้งเพียงได้นั่งมองใบไม้พลิ้วไหวในสายลม ก็ทำให้หัวใจสงบสุขได้แล้ว
เธอเคยหรือเปล่า? เคยนั่งนิ่งๆ แล้วมองสรรพสิ่งรอบตัวเคลื่อนไหวไปตามลีลาของมัน อาจเป็นกระดิ่งลมตรงระเบียง หรืออาจเป็นผ้าม่านริมหน้าต่าง
ประหลาดใจมั้ย? ที่สิ่งไม่มีชีวิตจิตใจ เคลื่อนไหวได้ราวมีชีวิตชีวา ใครกันบอกว่ามันไม่มีชีวิต?
โลกนี้ล้วนซุกซ่อนสิ่งมหัศจรรย์ที่เราไม่อาจคาดเดา บางทีในความไม่มีชีวิตนั้น อาจซุกซ่อนบางอย่างที่เกินกว่าคำว่า ชีวิตชีวา
ริ้วมู่ลี่สะบัดตัวเกี่ยวพันกันไปมา คล้ายมันกำลังหยอกล้อเจ๊าะแจ๊ะกันเอง แล้วก็นั่นอีก โมบายเปลือกหอยเสียดสีกันในริ้วลมพัดผ่าน มันกำลังขับขานบทเพลงเริงร่าในท่วงทำนองละเมียดละไม
ใช่แน่หรือ ว่าทั้งหมดนี้ไม่มีชีวิต?
แต่ช่างเถอะ สิ่งเหล่านั้นจะมีชิวิตหรือไร้ชีวิตก็ไม่สำคัญไปกว่า พวกมันทำให้ฉันมีความสุขได้ในบางห้วงยาม เหมือนเพื่อนเริงรื่นยามฉันมีความสุข เหมือนมิตรปลอบประโลมยามฉันหงอยเหงา เหมือนคนคุ้นเคยที่สื่อสายใยว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน
ใช่ไหมว่าทั้งหมดนั้น คือความผูกพัน?
แค่มีความผูกพัน สิ่งไม่มีชีวิตก็หมือนมีชีวิต สิ่งไร้ค่าก็มีความหมายเกินประมาณ ในนามความผูกพันสรรพสิ่งล้วนเท่าเทียม
เธอกับฉันต่างที่มา ต่างที่ไป แตกต่างในทุกสิ่ง แต่ไม่เคยแตกต่างในความรู้สึก คงไม่ต้องบอกว่าเพราะอะไร
ในความสุขเล็กๆ ของฉัน ส่วนหนึ่งคือการได้เขียนจดหมายมาหาเธอ ทำนองของความคิดถึงผสานไปกับเส้นเสียงเริงร่าของโมบายเปลือกหอย คลอเคล้าไปกับริ้วมู่ลี่ต้องลม และกระดิ่งลมแกว่งไกว
ฉันมีความสุขในเส้นสายใยผูกพันที่เรามีต่อกัน
รักและคิดถึง
เพื่อนเธอบนดาวสีน้ำเงิน
กลางกรกฎาฯ ๒๕๕๒
๔๓ วัน ที่ฉันไม่มีตัวอักษรถึงเธอเลย ฉันไม่รู้ว่าเธอรู้สึกยังไงเมื่อตัวอักษรของฉันห่างหายไป บางทีเธออาจคิดว่าฉันทิ้งขว้างเมื่อความตื่นเต้นที่ฉันเคยมีหมดสิ้นลง
ถ้าเธอกำลังรู้สึกน้อยใจ เสียใจ ผิดหวัง หรืออะไรก็แล้วแต่สำหรับการขาดหายของจดหมายจากฉัน ขอเธอโปรดรู้ไว้ สำหรับเธอแล้ว คำว่าทิ้งขว้าง ละเลย หรือหลงลืม ไม่เคยมีอยู่ในหัวฉันเลย เธอยังคงอยู่ ณ ที่หนึ่งที่สวยงามไม่แปรเปลี่ยน
หวังว่า ๔๓ วันที่ผ่านมาเธอคงสบายดีและมีความสุข ส่วนฉันชีวิตยังเรียบเรื่อยไปตามทำนองที่มันเคยเป็นมาและควรจะเป็นไป แต่ก็ยังพอหาความสุขเล็กๆ ในบางจังหวะได้เสมอ เธอคงรู้ดี รอบกายเราล้วนมีความสุขมากมายรายล้อม อยู่ที่เราจะเปิดตาเปิดใจมองมันหรือเปล่า บางครั้งเพียงได้นั่งมองใบไม้พลิ้วไหวในสายลม ก็ทำให้หัวใจสงบสุขได้แล้ว
เธอเคยหรือเปล่า? เคยนั่งนิ่งๆ แล้วมองสรรพสิ่งรอบตัวเคลื่อนไหวไปตามลีลาของมัน อาจเป็นกระดิ่งลมตรงระเบียง หรืออาจเป็นผ้าม่านริมหน้าต่าง
ประหลาดใจมั้ย? ที่สิ่งไม่มีชีวิตจิตใจ เคลื่อนไหวได้ราวมีชีวิตชีวา ใครกันบอกว่ามันไม่มีชีวิต?
โลกนี้ล้วนซุกซ่อนสิ่งมหัศจรรย์ที่เราไม่อาจคาดเดา บางทีในความไม่มีชีวิตนั้น อาจซุกซ่อนบางอย่างที่เกินกว่าคำว่า ชีวิตชีวา
ริ้วมู่ลี่สะบัดตัวเกี่ยวพันกันไปมา คล้ายมันกำลังหยอกล้อเจ๊าะแจ๊ะกันเอง แล้วก็นั่นอีก โมบายเปลือกหอยเสียดสีกันในริ้วลมพัดผ่าน มันกำลังขับขานบทเพลงเริงร่าในท่วงทำนองละเมียดละไม
ใช่แน่หรือ ว่าทั้งหมดนี้ไม่มีชีวิต?
แต่ช่างเถอะ สิ่งเหล่านั้นจะมีชิวิตหรือไร้ชีวิตก็ไม่สำคัญไปกว่า พวกมันทำให้ฉันมีความสุขได้ในบางห้วงยาม เหมือนเพื่อนเริงรื่นยามฉันมีความสุข เหมือนมิตรปลอบประโลมยามฉันหงอยเหงา เหมือนคนคุ้นเคยที่สื่อสายใยว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน
ใช่ไหมว่าทั้งหมดนั้น คือความผูกพัน?
แค่มีความผูกพัน สิ่งไม่มีชีวิตก็หมือนมีชีวิต สิ่งไร้ค่าก็มีความหมายเกินประมาณ ในนามความผูกพันสรรพสิ่งล้วนเท่าเทียม
เธอกับฉันต่างที่มา ต่างที่ไป แตกต่างในทุกสิ่ง แต่ไม่เคยแตกต่างในความรู้สึก คงไม่ต้องบอกว่าเพราะอะไร
ในความสุขเล็กๆ ของฉัน ส่วนหนึ่งคือการได้เขียนจดหมายมาหาเธอ ทำนองของความคิดถึงผสานไปกับเส้นเสียงเริงร่าของโมบายเปลือกหอย คลอเคล้าไปกับริ้วมู่ลี่ต้องลม และกระดิ่งลมแกว่งไกว
ฉันมีความสุขในเส้นสายใยผูกพันที่เรามีต่อกัน
รักและคิดถึง
เพื่อนเธอบนดาวสีน้ำเงิน
กลางกรกฎาฯ ๒๕๕๒

