๏ กลิ่นรวงทองฟุ้งข้าวยังกราวกรุ่น
หอมละมุนอุ่นอกสะทกไหว
โสนน้อยย้อยระย้าระดาไป
ตาลโตนดระบัดใบในสายลม

เคียวเกี่ยวก้อยร้อยรวงยังเรียงราย
งอบคู่กายยังวางอยู่รอคู่สม
มวลบุปผายังรอเจ้าเฝ้าชวนชม
เด็ดดอมดมกลีบผกามาแนบกาย

ทุกทิวาราตรีไม่มีแล้ว
เจ้าดวงแก้วขวัญพี่มาหนีหาย
น้ำผึ้งรวงแรมจันทร์พลันกลับกลาย
ขวัญสลายให้สะทกแทบอกพัง

หริ่งระงมเรไรครวญชวนวิปโยค
ริ้วม่านโบกล้อพระพายคล้ายลาสั่ง
สูญทุกสิ่งสิ้นทุกอย่างที่วาดหวัง
เหลือความหลังทิ้งไว้ใต้เงาเดือน

พี่อยู่นี่ทุกนาทีคะนึงหา
เจ้ากานดาคลอครองไม่หมองเหมือน
ภาพยามเจ้าเย้าพะนอไม่ขอเลือน
แม้นคำเอื้อนฝากรักด้วยภักดี

จวบจนสิ้นเงาร่างทางชีวิต
จะผูกจิตพิศหมายไม่หน่ายหนี
ถึงวันเดือนเคลื่อนคล้อยลอยลับปี
ใจดวงนี้มั่นสมัครเพียงภักดิ์นาง

เช้าค่ำกรำงานกลางท้องทุ่ง
จากย่ำรุ่งสู่ทิวาอุษาสาง
ฝากชีวิตกับทุ่งนาไม่ลาร้าง
จวบจนดินกลบร่างกลางท้องนา
.
.
.
ให้รักกลบภาพนางที่กลางใจฯ

ในเรื่องราว:
0 Responses

แสดงความคิดเห็น